ประกันภัยการค้ำประกันพนักงาน

สำหรับใครที่กำลังมองหางานใหม่ และกำลังจะได้งานใหม่นั้น บางองค์กรหรือบางบริษัทระบุเลยว่าต้องใช้ข้าราชการเป็น บุคคลค้ำประกันการทำงาน หรือต้องเป็นบุคคลที่มีเงินเดือนสูงมากค้ำประกัน ก็จะมีการค้ำประกันบุคคลเข้าทำงานก่อนที่จะเริ่มงาน บางตำแหน่งนั้นก็จำเป็นต้องมีบุคคลค้ำประกันที่น่าเชื่อถือและมีรายได้สูงพอที่จะสามารถรับผิดชอบกับความเสียหายได้หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยเฉพาะตำแหน่งที่มีความสำคัญ หรือตำแหน่งอื่นๆตามโครงสร้างขององค์กร

การค้ำประกันบุคคลเข้าทำงาน เป็นการยืนยันต่อนายจ้างว่า บุคคลที่กำลังจะเข้าทำงานนั้น เป็นคนดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ไม่คิดคดโกง ไม่ทุจริต และหากมีความเสียหายเกิดขึ้น ผู้ค้ำประกันยินดีชดใช้ค่าเสียหายแทนโดยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ปี 2541 มาตรา 10 มีงานทั้งหมด 7 ประเภทที่นายจ้างสามารถเรียกเงินประกันหรือรับหลักประกันการทำงานได้ เพื่อประกันความเสียหาย คือ งานสมุห์บัญชี, งานพนักงานเก็บหรือจ่ายเงิน, งานควบคุมหรือรับผิดชอบเกี่ยวกับวัตถุมีค่าคือ เพชร พลอย เงิน ทองคำ ทองคำขาวและไข่มุก, งานเฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของนายจ้างหรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายจ้าง, งานติดตามหรือเร่งรัดหนี้สิน, งานควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ, งานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการคลังสินค้า ซื้อขาย แลกเปลี่ยน และถ้าหากว่าเป็นงานที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น งานทั่ว ๆ ไปนายจ้างจะเรียกรับเงินประกันการทำงานจากลูกจ้างไม่ได้ เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานที่ลูกจ้างทำนั้น ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง

หลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานมีสามประเภท คือ เงินสด, ทรัพย์สิน และการค้ำประกันด้วยบุคคล หากว่าไม่มีทรัพย์สิน ญาติ พี่น้อง คนรู้จัก ที่คุณสมบัติพร้อมที่จะค้ำประกันให้ได้จริงๆ ลูกจ้างหรือพนักงานก็อาจจะเลี่ยงการทำงานกับบริษัทนั้นไปเลย บริษัทและตำแหน่งนั้นก็จะขาดคนไปอีกเช่นกัน แต่วันนี้เรามีทางเลือกอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การทำประกันภัยในรูปแบบของประกันภัยการค้ำประกันพนักงานที่ไม่จำเป็นต้องมีคนค้ำประกันอีกต่อไป

ส่วนประกันภัยการค้ำประกันพนักงานนั้น เป็นประกันภัยที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไป เพื่อเป็นหลักประกันกรณีการรับลูกจ้างหรือพนักงานก่อนที่จะเข้าทำงาน โดยไม่ต้องรอหลักทรัพย์หรือบุคคลที่จะมาค้ำประกันให้กับพนักงาน โดยนายจ้างหรือผู้ประกอบการสามารถเลือกแผนประกันภัยที่มีวงเงินความคุ้มครองที่เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบของลูกจ้างได้ด้วย หากเมื่อเกิดเหตุ สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้โดยตรงจากบริษัทประกันภัยโดยไม่ต้องรอผลทางกฎหมาย เป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับความสัมพันธ์ของนายจ้าง และ ลูกจ้าง อีกรูปแบบหนึ่ง โดยที่เป็นการค้ำประกันการทำงานแบบที่ไม่ตองให้ผู้อื่นไม่สบายใจ หรือเดือดร้อนเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *